กลุ่มอาการกายภาพบำบัด 24 อาการ
ที่พบได้บ่อยก่อนทำกายภาพบำบัด
ปวดอยู่แต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร หน้านี้ช่วยจับสิ่งที่คุณรู้สึกเข้ากับกลุ่มอาการที่เราดูแล โดยไม่ต้องรู้ชื่อทางการมาก่อน ยังไม่ต้องนัดหมายตอนนี้ครับ ขอแค่หาให้เจอก่อนว่าอาการอยู่ตรงไหน
อาการปวด 3 ระดับ ก่อนเลือกกลุ่มอาการ
อาการปวดที่จุดเดียวกันไม่ได้หนักเท่ากันทุกคน ระดับที่เป็นอยู่คือตัวบอกว่าดูแลตัวเองต่อได้ หรือถึงเวลาให้นักกายภาพบำบัดประเมิน เราแบ่งไว้ 3 ระดับให้คุณเทียบกับตัวเองก่อน การเทียบนี้เป็นการตั้งต้นเท่านั้น ไม่ใช่การประเมินและไม่ใช่การวินิจฉัย
ระดับที่ 1 ตึงล้าเป็นครั้งคราว
รู้สึกตึงหรือล้าบางวัน พักสักพักหรือเปลี่ยนท่าทางแล้วก็หายไปเอง
ระดับที่ 2 ปวดซ้ำที่เดิม
ปวดกลับมาที่จุดเดิมเรื่อย ๆ หรือปวดทุกครั้งที่ทำกิจกรรมบางอย่าง
ระดับที่ 3 ปวดจนกระทบชีวิตประจำวัน
ปวดจนนอนไม่เต็มอิ่ม เดินได้ไม่เหมือนเดิม หรือทำงานที่เคยทำได้ไม่ไหว
อาการแบบไหนที่กายภาพบำบัดดูแลได้
เราจัดอาการเป็น 5 กลุ่มตามตำแหน่งบนร่างกาย ไล่จากคอบ่าไหล่ลงไปถึงข้อเท้า เลือกกลุ่มที่ใกล้กับสิ่งที่คุณเป็นมากที่สุดก่อน เลือกไม่ตรงก็ไม่เป็นไร หน้ากลุ่มอธิบายต่อเองว่าอาการไหนอยู่ตรงไหน
ออฟฟิศซินโดรมและปวดส่วนบน
คนที่นั่งหน้าจอต่อเนื่องจนปวดสะสมที่คอ บ่า สะบัก บางรายมีอาการร้าวลงแขนร่วมด้วย (office syndrome)
- มือชา
- ปวดหัวท้ายทอย
- ปวดคอบ่าไหล่
- ปวดสะบัก
- ไหล่ติด
- ปวดไหล่
ปวดหลังและปวดเอว
คนที่ปวดเอวเป็น ๆ หาย ๆ กลับมาที่จุดเดิม หรือปวดร้าวลงขาจนนั่งนานไม่ไหว
- ปวดเอว
- สลักเพชรจม
- กระดูกทับเส้น
- หมอนรองกระดูกทับเส้น
ปวดเข่าและสะโพก
คนที่ลุกนั่งหรือขึ้นบันไดแล้วเจ็บ ลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่ หรือกำลังฟื้นฟูหลังผ่าตัด
- เจ็บสะโพก
- ข้อเข่าเสื่อม
- วิ่งแล้วปวดเข่า
- ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
ปวดมือ ข้อมือ ส้นเท้า และเอ็น
คนที่เจ็บเป็นจุดชัดเจน เช่น ปวดส้นเท้าก้าวแรกตอนตื่นนอน หรือนิ้วสะดุดตอนงอ จากการใช้งานซ้ำหรือบาดเจ็บจากกีฬา
- รองช้ำ
- นิ้วล็อค
- ปวดข้อมือ
- กล้ามเนื้ออักเสบ
- กล้ามเนื้อฉีก
- เอ็นร้อยหวายอักเสบ
- ข้อเท้าพลิก
- เจ็บเอ็นไขว้หน้า
ระบบประสาท
ลูกหลานที่ดูแลคนในบ้านหลังโรคหลอดเลือดสมองหรือพาร์กินสัน และอยากให้ท่านกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุดเท่าที่ศักยภาพจะพาไป
- อัมพฤกษ์
- พาร์กินสัน
ปวดแบบไหนควรไปหาหมอก่อนทำกายภาพ
มีอาการ 4 แบบที่ควรให้แพทย์ประเมินก่อน ไม่ใช่เริ่มที่กายภาพบำบัด เพราะเป็นสัญญาณที่ต้องการการตรวจซึ่งอยู่นอกขอบเขตของนักกายภาพบำบัด
4 สัญญาณที่ควรให้แพทย์ประเมินก่อน
- ชาหรืออ่อนแรงชัดเจนที่แขนหรือขา
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
- ปวดร่วมกับมีไข้ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ปวดหลังอุบัติเหตุรุนแรง
เมื่อแพทย์ประเมินและตัดสาเหตุที่ต้องรักษาทางการแพทย์ออกไปแล้ว กายภาพบำบัดรับทำงานต่อได้ตามปกติ ทั้งการฟื้นกำลัง การเคลื่อนไหว และการกลับไปใช้ชีวิตเดิม ถ้าคุณไม่มีสัญญาณทั้ง 4 ข้อนี้ ให้กลับขึ้นไปดูรายชื่ออาการด้านบนได้เลย
ปวดนานแค่ไหน ควรเริ่มทำกายภาพบำบัด
กรอบทั่วไปคือปวดต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้นเอง เป็นจังหวะที่ควรให้นักกายภาพบำบัดประเมิน ตัวเลขนี้เป็นกรอบกว้าง ๆ ไม่ใช่กฎตายตัว จังหวะที่เหมาะกับแต่ละคนขึ้นกับการประเมินรายบุคคล
ลองปรับท่าทางและพักการใช้งานส่วนนั้นก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยเข้ามาประเมิน
ควรให้ประเมิน เพราะอาการที่วนกลับมาที่เดิม ต้นเหตุมักอยู่คนละที่กับจุดที่เจ็บ
ไม่ต้องรอให้ครบกรอบเวลา ให้พบแพทย์ก่อน
ขั้นตอนการทำกายภาพบำบัด
มาได้เลยแม้ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ไม่ต้องมีผลตรวจหรือใบส่งตัวมาก่อน เพราะการหาว่าอาการมาจากอะไรคืองานของครั้งแรกอยู่แล้ว
เล่าอาการด้วยคำของตัวเอง
ใช้คำที่คุณใช้เรียกได้เลย ไม่ต้องรู้ชื่อทางการ เล่าว่าปวดตรงไหน ทำอะไรแล้วปวดขึ้น และเป็นมาแบบไหน
ตรวจร่างกายและการเคลื่อนไหว
นักกายภาพบำบัดตรวจร่างกายและดูการเคลื่อนไหวจริง เพื่อหาว่าจุดที่ปวดกับต้นเหตุอยู่ที่เดียวกันหรือเปล่า
รู้ว่าอยู่กลุ่มไหน แล้ววางแผนร่วมกัน
จบการประเมิน คุณจะรู้ว่าอาการอยู่กลุ่มไหนใน 5 กลุ่มข้างบน และได้แผนที่ตกลงกันไว้ว่าจะดูแลต่ออย่างไร
ทำต่อเองระหว่างรอบถัดไป
ส่วนที่ทำเองที่บ้านคือส่วนที่ทำให้อาการไม่วนกลับมา คุณจะได้ท่าและข้อควรระวังกลับไปด้วยทุกครั้ง
ปรึกษาการทำกายภาพบำบัด
อ่านครบแล้วยังไม่แน่ใจว่าอาการของตัวเองอยู่กลุ่มไหน เล่าให้เราฟังในฟอร์มได้เลยครับ ใช้คำของคุณเองได้ ไม่ต้องรู้ชื่อทางการมาก่อน
หน้านี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช่การประเมินอาการรายบุคคล อาการของแต่ละคนต่างกัน การตรวจกับนักกายภาพบำบัดจึงเป็นตัวตัดสินจริง
กรอกฟอร์มนัดหมาย
เราติดต่อกลับภายในเวลาทำการ ข้อมูลของคุณใช้สำหรับการนัดหมายเท่านั้น การส่งฟอร์มถือว่าคุณยินยอมให้เราติดต่อกลับตามนโยบายความเป็นส่วนตัว